การผ่าตัดมดลูก กับแนวทางการรักษา และวิธีการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

เมื่อพูดถึงผ่าตัดมดลูกเชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงมีคำถามและความกังวลกันไม่น้อย ทั้งเรื่องความเจ็บ การฟื้นตัว การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด ไปจนถึงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อร่างกายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างผ่าตัดเอามดลูกออกแล้วยังสามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่ หรือผ่ามดลูกออกแล้วในอนาคตอยากตั้งครรภ์ควรทำอย่างไร
ซึ่งเราบอกเลยว่าความกังวลทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติเกิดขึ้นได้ แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราลดความกังวลที่ไม่จำเป็นลงไปได้? บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการผ่าตัดมดลูก ตั้งแต่สาเหตุ แนวทางการรักษา ไปจนถึงวิธีการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด ถ้าอยากรู้ว่าการผ่าตัดมดลูกคืออะไร เกิดจากสาเหตุใด มีแนวทางการรักษาและดูแลตัวเองอย่างไร สามารถติดตามต่อได้ในเนื้อหาด้านล่าง
การผ่าตัดมดลูกคืออะไร กับสาเหตุที่เกิดขึ้นได้

การผ่าตัดมดลูกหรือ Hysterectomy คือการผ่าตัดเพื่อนำมดลูกออกจากร่างกาย ซึ่งอาจเป็นการผ่าตัดเพื่อนำมดลูกทั้งหมดหรือบางส่วนออกก็ได้ โดยที่การผ่ามดลูกนั้นจะเป็นการผ่าตัดเฉพาะบริเวณมดลูกเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดรังไข่
การผ่าตัดมดลูกเป็นการผ่าตัดที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิงโดยตรง การผ่าตัดนี้จึงส่งผลให้ผู้เข้ารับการรักษาไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ โดยสาเหตุหลัก ๆ ของการผ่าตัดมดลูกเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย แต่ที่พบได้บ่อยในผู้หญิงไทยจะมีดังนี้
- การเกิดเนื้องอกบริเวณมดลูก
- เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
- ช็อกโกแลตซีสต์
- มะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
- ภาวะมดลูกหย่อน
การผ่าตัดมดลูกในปัจจุบันมีแบบไหนบ้าง?
ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ทำให้ในปัจจุบันการผ่าตัดมดลูกมีหลายวิธี ซึ่งจะเลือกวิธีไหนในการผ่าตัดนั้นจะขึ้นอยู่กับอาการ ความรุนแรง และสรีระร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งการตัดมดลูกในปัจจุบันจะมี 3 วิธีดังนี้
การผ่าตัดมดลูกเปิดหน้าท้อง
การผ่าตัดมดลูกแบบเปิดหน้าท้องการผ่าตัดแบบดั้งเดิมที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องผ่าตัดหลายตำแหน่ง มีเนื้องอกขนาดใหญ่ หรือเกิดการแพร่กระจายของโรค ทำให้การผ่าตัดมดลูกด้วยวิธีนี้ผู้ป่วยต้องใช้เวลาพักฟื้นมากกว่าวิธีอื่น ๆ
และสำหรับท่านที่สงสัยว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้องต้องพักฟื้นกี่วัน เโดยทั่วไปการฟื้นตัวจะอยู่ที่ประมาณ 4–6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน
การผ่าตัดมดลูกผ่านกล้อง
การผ่าตัดมดลูกผ่านกล้องเป็นการผ่าตัดมดลูกด้วยเทคนิคสมัยใหม่ เป็นการผ่าตัดที่ทิ้งรอยแผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวได้ไว ทำให้การผ่าตัดมดลูกผ่านการส่องกล้องเป็นการผ่าตัดที่ได้รับความนิยมในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง
การผ่าตัดมดลูกผ่านทางช่องคลอด
การผ่าตัดผ่านทางช่องคลอดเป็นการผ่าตัดมดลูกแบบไม่ทิ้งรอยแผล ซึ่งการผ่าตัดด้วยวิธีการนี้จะเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหามดลูกหย่อน หรือมีปัญหาการตกเลือดเรื้อรังหลังการผ่ามดลูกออก ซึ่งการผ่าตัดมดลูกด้วยวิธีนี้จะเป็นการผ่าตัดที่คนไข้สามารถฟื้นตัวได้ไวที่สุดในบรรดาการผ่าตัดทั้ง 3 วิธี
หลังผ่าตัดมดลูกควรดูแลตัวเองอย่างไร มีเรื่องอะไรที่ควรระวังบ้าง

การฟื้นฟูร่างกายถือเป็นช่วงเวลาสำคัญหลังการผ่าตัดมดลูก เพราะการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีนั้นไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็ว แต่ยังช่วยลดโอกาสจากอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น และช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างมั่นใจ ซึ่งแนวทางการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดมดลูกจะมีดังนี้
- ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงงานหนักอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์หลังผ่าตัดมดลูก
- ควรรับประทานอาหารที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังการผ่าตัด และสำหรับท่านที่สงสัยว่าหลังผ่าตัดมดลูกควรกินอะไรบำรุง ท่านสามารถทานผักใบเขียว ไข่ เนื้อปลา ธัญพืช และวิตามินซี ซึ่งถือเป็นแหล่งพลังงานที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีมาก
- ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ตามคำแนะนำแพทย์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- หากมีไข้สูง ปวดท้องมากผิดปกติ หรือมีเลือดออกมาก ควรพบแพทย์ทันที
- ควรเดินเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยงเกี่ยวกับอาการลิ่มเลือด
- ในกรณีมีการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ ควรพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อปรึกษาเรื่องฮอร์โมนทดแทน
ทำไมถึงต้องผ่าตัดมดลูก เรื่องที่คุณผู้หญิงควรรู้
การผ่าตัดมดลูกเป็นเรื่องใหญ่ที่อาจส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจของสาว ๆ หลาย ๆ คนทั้งในเรื่องของระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป การมีประจำเดือนที่ไม่เหมือนเดิม การวางแผนตั้งครรภ์ในอนาคต ไปจนถึงคุณภาพชีวิตหลังการผ่าตัด แต่อย่างที่เรารู้กันดีว่าการผ่าตัดมดลูกเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยสาเหตุหลักที่สาว ๆ จำเป็นต้องผ่าตัดมดลูกจะมีดังนี้
- มีก้อนเนื้องอกหรือซีสต์ขนาดใหญ่
- มีเลือดออกผิดปกติเป็นเวลานาน
- ปวดท้องเรื้อรังจากเยื่อบุโพรงมดลูก
- เกิดมะเร็งบริเวณระบบสืบพันธุ์ เช่น ผ่าตัดมะเร็งปากมดลูก
- ภาวะมดลูกหย่อน
- ความผิดปกติของมดลูกที่รักษาวิธีอื่นไม่ได้จนต้องตัดปากมดลูก หรือตัดปีกมดลูก
ผ่าตัดมดลูกไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี
แม้ว่าการผ่าตัดมดลูกจะฟังดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่ในปัจจุบันการแพทย์มีเทคโนโลยีและวิธีการผ่าตัดที่ปลอดภัยขึ้น ฟื้นตัวเร็ว และมีความแม่นยำสูง ทำให้สาว ๆ หลายคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติหลังการผ่าตัด โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี มีการตรวจและติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ คุณสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ การผ่าตัดมดลูกไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด คุณจะผ่านมันไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอน