ดูดไขมัน วิธีลดไขมันส่วนเกิน กระชับรูปร่างให้ได้สัดส่วน

หลายคนพยายามออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด แต่ไขมันส่วนเกินในบางจุดก็ยังไม่หายไปง่าย ๆ ทำให้รูปร่างไม่กระชับอย่างที่หวังไว้ การดูดไขมันจึงเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการลดสัดส่วนเฉพาะจุดอย่างเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น
ใครกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการลดไขมันด้วยวิธีนี้อยู่ บทความนี้จะพามาทำความเข้าใจว่าแท้จริงแล้วการดูดไขมันคืออะไร ทำบริเวณไหนได้บ้าง วิธีดูดไขมันเหมาะกับใคร และมีขั้นตอนอย่างไร? เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขี้น!
ดูดไขมัน (Liposuction) คืออะไร?
ดูดไขมัน (Liposuction) คือ หัตถการช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดออกจากร่างกาย โดยใช้เครื่องมือพิเศษดูดไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังในบริเวณต่าง ๆ เช่น หน้าท้อง, ต้นแขน, ต้นขา, สะโพก คอ หรือส่วนอื่นที่ต้องการ การดูดไขมันในปัจจุบันมีหลากหลายเทคนิค เช่น ดูดไขมันด้วย Vaser (Vaser Liposuction), ดูดไขมัน BodyTite หรือดูดไขมันโดยใช้เทคโนโลยี J-Plasma เป็นต้น
และที่ Dermaster เรายังใช้เครื่องเหล่านี้ร่วมกับเทคนิคเฉพาะจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์อย่าง เทคนิค Triple Layers ดูดไขมันทั้ง 3 ชั้นผิว และเทคนิค Triple D หด ยกกระชับผิว ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีแค่ที่ Dermaster Hospital เท่านั้น
วิธีดูดไขมันจะช่วยปรับสัดส่วนให้ดูเรียว กระชับ และได้รูปร่างที่สวยงามมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่ลดสัดส่วนยาก แม้จะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและคุมอาหารอย่างเคร่งครัดแล้วก็ตาม ทั้งนี้ ดูดไขมันไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักหรือรักษาโรคอ้วนโดยตรง แต่เป็นวิธีที่ช่วยปรับรูปร่างและสร้างส่วนเว้าส่วนโค้งตามความต้องการของแต่ละบุคคลเท่านั้น
ดูดไขมันในร่างกาย บริเวณไหนได้บ้าง?
ดูดไขมันเป็นวิธีที่ช่วยลดไขมันสะสมเฉพาะจุดและปรับสัดส่วนให้กระชับได้รูปมากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ในหลายบริเวณของร่างกายตามปัญหาและความต้องการของแต่ละคน ซึ่งบริเวณที่นิยมดูดไขมัน ได้แก่
- หน้าท้อง ช่วยลดพุงส่วนบน-ล่าง ปรับรูปร่างให้เรียบเนียนและกระชับ
- คางและเหนียง ช่วยลดเหนียง ทำให้กรอบหน้าคมชัดขึ้น
- ต้นแขน ลดท่อนแขนที่หย่อนหรือมีไขมันสะสมให้ดูเล็กลง
- ต้นขา ช่วยลดไขมันด้านในและนอกต้นขา ให้เรียวสมส่วน
- สะโพกและก้น ปรับส่วนเกินให้เข้ารูป ทำให้สัดส่วนดูสมมาตร
- เอวและด้านข้างลำตัว ลดส่วนเกินบริเวณเอวเพื่อสร้างคอดเอวชัดเจน
- หลัง กำจัดไขมันสะสมที่ทำให้หลังดูเป็นรอยพับ
วิธีดูดไขมันเหมาะกับใครบ้าง?
ดูดไขมันเป็นทางเลือกที่ช่วยลดไขมันเฉพาะจุดและปรับรูปร่างให้ได้สัดส่วน แม้จะไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักโดยตรง แต่สามารถช่วยให้รูปร่างดูชัดเจนและกระชับขึ้นได้อย่างเห็นผล เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา ดังต่อไปนี้
- ผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น หน้าท้อง, ต้นแขน, ต้นขา, สะโพก, เหนียง หรือจุดที่ลดยาก แม้จะออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด
- ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงโดยรวม ไม่มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการทำหัตถการ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง หากมีโรคประจำตัวควรประเมินร่วมกับแพทย์ก่อน
- ผู้ที่มีผิวยืดหยุ่นดี ผิวหนังสามารถกระชับเข้ากับรูปร่างใหม่ได้ง่าย ทำให้ผลลัพธ์หลังทำดูเรียบเนียน สำหรับผู้ที่ผิวหย่อนคล้อย อาจต้องทำควบคู่กับเทคโนโลยียกกระชับเพิ่มเติม
- ผู้ที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้อ้วนมาก (BMI ไม่ควรเกิน 25) แต่ต้องการปรับสัดส่วนเฉพาะจุดให้ชัดเจนขึ้น หาก BMI สูงควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม
ขั้นตอนการดูดไขมันเป็นอย่างไร?
การดูดไขมันเพื่อช่วยกระชับสัดส่วนต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น เพื่ความปลอดภัยในการทำหัตุการ และลดความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ซึ่งขั้นตอนการทำหัตถการ มีดังนี้
- แพทย์ประเมินและเลือกวิธีระงับความเจ็บปวด แพทย์จะเลือกใช้ยาชาเฉพาะที่หรือการดมยาสลบ ขึ้นอยู่กับบริเวณและปริมาณไขมันที่จะดูดออก
- เปิดแผลขนาดเล็ก แพทย์ทำการเปิดแผลประมาณ 0.5 เซนติเมตร เพื่อเป็นช่องสำหรับการสอดอุปกรณ์ดูดไขมัน
- ฉีดสารละลายเพื่อเตรียมเนื้อเยื่อไขมัน เป็นการฉีดยาที่ช่วยทำให้ไขมันอ่อนตัว พร้อมผสมยาห้ามเลือดเพื่อช่วยลดการบวมช้ำ
- สอดท่อดูดไขมัน (Cannula) แพทย์จะสอดท่อเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังและดูดเอาไขมันส่วนเกินออกอย่างระมัดระวัง
- เย็บปิดแผลด้วยไหมขนาดเล็ก ใช้ไหมประมาณ 1-2 เข็ม เพื่อปิดปากแผลให้เรียบร้อยและลดรอยแผลเป็น
- พันผ้ายืดหรือใส่ชุดกระชับ เพื่อช่วยลดอาการบวม กระชับผิว และช่วยให้รูปร่างเข้าที่เร็วขึ้น
- ระยะเวลาทำหัตถการ โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับบริเวณและปริมาณไขมันที่ต้องการดูดออก
Header Tag 2 : การพักฟื้นหลังดูดไขมันทำอย่างไร?
หลังดูดไขมัน ควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์เคร่งครัด เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น ลดอาการบวม และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง โดยมีแนวทางการดูแลตัวเอง ดังนี้
- สวมชุดกระชับตามคำแนะนำแพทย์ ควรใส่ชุดกระชับ 4-6 สัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงแรกให้ใส่ตลอดเวลา เพื่อช่วยลดบวมและให้ผิวกระชับเข้ารูป
- รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวดควรทานตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามปรับหรือลดยาเอง
- รักษาความสะอาดแผล ทำความสะอาดอย่างเบามือด้วยผ้าสะอาด หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือสารเคมีแรง ๆ ที่อาจระคายเคืองแผล
- หลีกเลี่ยงการยกของหนักและออกกำลังกายหนัก อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์หลังทำ เพื่อลดความเสี่ยงแผลฉีกหรือบวม รอให้แผลหายดีก่อนกลับไปทำกิจกรรมปกติ
- นอนในท่าที่เหมาะสม แนะนำให้นอนยกศีรษะสูงในช่วง 1-2 วันแรก เพื่อลดอาการบวม และหลีกเลี่ยงการนอนทับบริเวณที่ดูดไขมัน
- ดื่มน้ำมากและทานอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยขับของเสียและฟื้นฟูร่างกาย เลือกอาหารที่มีโปรตีนและวิตามินสูง เช่น ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
- หลีกเลี่ยงแสงแดด ผิวบริเวณที่ทำจะไวต่อแสง ควรปกปิดเพื่อลดความเสี่ยงเกิดรอยด่างดำ
- ติดตามอาการและพบแพทย์ตามนัด เพื่อตรวจสอบการฟื้นตัว หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดบวมมาก มีหนอง หรือแผลแดงผิดปกติ ควรรีบแจ้งแพทย์ทันที
ดูดไขมัน กำจัดไขมันเฉพาะจุด ให้สัดส่วนชัดเจนขึ้น
ดูดไขมันเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปร่างให้กระชับ ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น หลังดูดไขมันควรดูแลตัวเองและพักฟื้นควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ดีขึ้น ลดการเกิดผลข้างเคียง ได้ผลลัพธ์ที่ดีตามต้องการ